สาธิตการบันทึกเสียงลงกระบอกเสียงในรายการสภาท่าพระอาทิตย์


















คลิกที่รูปข้างล่างเพื่อชมภาพยนต์สั้นแบบ VDO. clip
สาธิตการบันทึกเสียงลงกระบอกเสียงในรายการสภาท่าพระอาทิตย์

VDO. clip - Sound recorded on a blank wax cylinder









สภาท่าพระอาทิตย์



วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2547

"กระบอกเสียงเพลงไทย"ประวัติศาสตร์ 100 ปีที่ถูกลืม



โดย ผู้จัดการออนไลน์

พฤฒิพล ประชุมผล นายกสมาคมอนุรักษ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการสภาท่าพระอาทิตย์เมื่อเช้าวันนี้ (27 เม.ย.) ถึงประวัติความเป็นมาของการบันทึกกระบอกเสียงเพลงไทยเพลงแรก และรู้จักนายบุศย์มหินทร์ คนไทยที่บันทึกเสียงในกระบอกเสียงครั้งแรกเมื่อ 100 กว่าปีก่อน ติดตามประวัติศาสตร์อีกหน้าที่ถูกลืมได้ที่นี่

(รายการ สภาท่าพระอาทิตย์ ออกอากาศทางยูบีซี 9,19 (ระบบเคเบิล) และ ยูบีซี77 (ระบบดาวเทียม) รวมทั้งวิทยุ คลื่นสามัญประจำบ้านเอฟเอ็ม 97.5 เมกะเฮิรตซ์ เป็นประจำทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 07.30-09.45 น.)

สำราญ - ช่วงนี้เราจะคุยกันเรื่องของการบันทึกเสียงของประเทศไทย เมื่อก่อนเขาบันทึกเสียงเมื่อไหร่ อย่างไร หีบเสียง เป็นอย่างไร กระบอกเสียงเป็นอย่างไร เราสองคนต้องสารภาพว่ามีความรู้เรื่องนี้น้อย แค่ถามว่าการบันทึกเสียงในประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อไหร่อย่างไร เราก็งงแล้ว

คำนูณ - เมื่อร้อยกว่าปีก่อน ไม่ทราบว่าที่เราพูดกันว่า ทำตัวเป็นกระบอกเสียงของคนนั้นคนนี้ กระบอกเสียงรัฐบาลมันมีที่มาที่ไปจริงๆ

สำราญ - เราจะคุยกับคนที่เป็นนายกสมาคมอนุรักษ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงไทย อาจารย์พฤฒิพล ประชุมผล สวัสดีครับ

คำนูณ - คำว่ากระบอกเสียงมีที่มาจริงๆ

พฤฒิพล - ครับ จริงๆ แล้วหลายคนบอกว่า กระบอกเสียงมันพูดลอยๆ หรือเปล่า จริง ๆ มีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว ถือเป็นวัสดุชนิดแรกของโลกที่มีการบันทึกเสียงได้ มีก่อนแผ่นเสียงอยู่ 10 ปี ตอนนี้อายุร่วมประมาณซัก 110 ปีแล้ว

สำราญ - กระบอกเสียงที่ว่า 110 ปีแล้ว

พฤฒิพล - ครับ และที่สำคัญคือกระบอกเสียง มีส่วนสำคัญกับประเทศไทยเรา เพราะว่าชาวสยามมีการบันทึกเสียงลงกระบอกเสียงตั้งสมัยรัชกาลที่ 5 แล้วโดยเป็นคณะนายบุศย์มหินทร์ เดินทางไปที่เยอรมัน เพื่อบันทึกดนตรีไทย ต้องเรียนนิดนึงว่าเรื่องราวนายบุศย์ เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมาก และคนไทยไม่รู้ คือตอนแกไปบันทึกเสียง เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ แกโดนถอดยศจากเจ้าหมื่นเป็นบุคคลธรรมดา จากรัชกาลที่ 5

คำนูณ - ไปบันทึกที่เยอรมัน

พฤฒิพล - เนื่องจากว่า ตอนนั้นจะมีงานปารีสเอ็กซ์โปที่โน่น และราชสำนักสยามก็ไม่ยอมส่งไป เพราะค่าใช้จ่ายเยอะ แต่พอดี โรงละครของแกเป็นหนี้สินอยู่ แกก็เลยปวารณาตัวเองบอกว่า ขอไปแทน จะได้เอาเงินมาใช้หนี้ ทำไปทำมาเสด็จพ่อรัชกาลที่ 5 บอกว่าถ้าจะไปต้องถอดยศ ต้องไปนามบุคคลธรรมดา ก็เลยตัดสินใจไป ไปแล้ว กลับมาก็ไม่ได้กำไรนะครับคือเจ๊งกลับมาอีก แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์ที่สร้างประวัติศาสตร์ชาติเรา คือเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกลงกระบอกเสียง เป็นเพลงไทย ทยอยนอก ทยอยเขมร ประการสำคัญคือ ไปที่เยอรมัน หรือเบอร์ลิน ทางโน้นเห็นว่าประเทศไทยแต่งชุดชฎา ตัวประหลาด ก็เลยยัดเยียดให้ไปเล่นที่สวนสัตว์ ต้องบอกตามตรงว่าอีก 100 ปีมารู้ทีหลัง เราก็รู้สึกหดหู่

สำราญ - โลกมีการบันทึกเสียงกันเมื่อไหร่ครับ

พฤฒิพล - เมื่อ 110 ปีที่แล้ว โดยโทมัส อัลวา เอดิสัน เป็นคนคิดค้นกระบอกไขผึ้ง ขึ้นมา ลักษณะอย่างนี้ครับ ข้างในจะประกอบไปด้วยไขผึ้ง ถ้าขูดออกมาก็จะหลุดออกมา

คำนูณ - ไขผึ้งคือขี้ผึ้ง

สำราญ - ทีนี้คำว่าบันทึกเสียงทำยังไง

พฤฒิพล - เราจะมีเข็มกัดลงไป ซึ่งหัวเข็มจะวิ่งเป็นเส้นไป ซึ่งวันนี้เราจะมีการบันทึกเสียงโชว์สดด้วย เป็นกระบวนการเดียวกับที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ผมต้องเรียนเชิญคุณสำราญ ตรอกเสียงลง ไปในกระบอกนี้ และเราจะฟังว่าสมัยรัชกาลที่ 5 เขาบันทึกเสียงกันยังไง คือวันนี้เราก้าวมาถึงขั้นไมโครชิปแล้ว ตรงนี้คือสิ่งแรกของโลก

สำราญ - เปิดยังไงครับ

พฤฒิพล - หลังจากบันทึกแล้วเราจะเปลี่ยนหัวออก เป็นหัวเล่นกลับ เสร็จแล้วก็ฟังเสียงที่เราบันทึก

สำราญ - วิวัฒนาการยังไงต่อ

พฤฒิพล - 10 ปีผ่านมาก็เป็นมิสเตอร์อีมิล เบอร์ไลเนอร์ ผลิตเป็นแผ่นเสียง ซึ่งก็คือคนที่ทำสัญลักษณ์ตราหมาที่เรารู้จักกัน

คำนูณ - จากแผ่นเสียงก็มาเทป

พฤฒิพล - เป็นเทป ยุคนี้ก็เป็นดิจิตอลหมดแล้ว เป็นซีดีอาร์ แต่วันแรกของโลก คือตัวนี้เลย

สำราญ - เรียกว่าอะไรครับ

พฤฒิพล - ภาษาอังกฤษเรียกว่าไซเลนเดอร์ ประการสำคัญคือว่า ชนชาติไทยหรือสยาม เป็นชิไม่กี่ชาติในเอเชียที่มีบันทึกตำนานในกระบอกเสียงด้วย นอกจากนายบุศย์มหินทร์ แล้วก็ยังมีอีกหลายอย่าง ที่มีเสียงในกระบอกเสียง

สำราญ -หลังจากนั้นละครับ

พฤฒิพล - ก็เป็นแผ่นเสียง แต่ตำนานกระบอกเสียงของเราถือว่าเยี่ยมยอดมาก และอยากให้คนไทยได้ภูมิใจ

คำนูณ - ยังมีเก็บอยู่เยอะไหมครับ กระบอกเสียงที่บันทึกในรุ่นแรกๆ

พฤฒิพล - ถ้าเป็นเพลงไทย ตอนนี้เขาเก็บรักษาอยู่ที่เยอรมัน เขาไม่ให้เอาออกมา แต่เราขออนุญาตทำสำเนามา และวันนี้ก็มีสำเนาเพลง

สำราญ - อาจารย์พฤฒิพลเอง ตามประวัติไปเรียนปริญญาโท ด้านการตลาดที่อเมริกาแล้วมายุ่งอะไรกับตรงนี้ครับ

พฤฒิพล - เรื่องของการบันทึกเสียง บอกตรงๆ เลยว่า สนใจมานานแล้ว นานกว่าที่จะเรียนด้านการตลาดอีก และตอนนั้นจบมาก็ทำงานด้านเครื่องเสียงปัจจุบัน แต่เรื่องราวประวัติศาสตร์มันมีเสน่ห์อยู่ เราก็เรียกว่ากลับไปศึกษา

คำนูณ - ที่บ้านมีเครื่องเสียงรุ่นเก่าอยู่เยอะไหม

พฤฒิพล - ตอนนี้ที่บ้านคือสมาคมเลยครับ เรามีเครื่องกระบอกเสียงเป็นสิบๆ เครื่องเลย

คำนูณ - สมาคมนักอนุรักษ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงและหีบเสียงแห่งประเทศไทย

พฤฒิพล - ครับ คือเราดูแลงานด้านของการบันทึกเสียงเหล่านี้อยู่

คำนูณ - มีสมาชิกเยอะไหมครับ

พฤฒิพล - อย่างอาจารย์เอนก นาวิกมูล ก็เป็นสมาชิกสมาคม

สำราญ - ที่เขียนหนังสือเล่มนี้ใช่ไหมครับ

พฤฒิพล - ครับ นี่เป็นหนังสือที่ดีมากเพราะมีเรื่องราวการบันทึกเสียง และกระบอกเสียงของคณะนายบุศย์ด้วย

สำราญ - ทำไมเราต้องอนุรักษ์เครื่องเล่นกระบอกเสียงเอาไว้

พฤฒิพล - คือศิลปะที่เป็นลักษณะของบทเพลงหรือดนตรีคนมักจะลืม แต่ไปอนุรักษ์ด้านอื่น เช่นเสื้อผ้าและที่สำคัญคือดนตรีไทย หลายคนมักลืม กระทั่งเรื่องโหมโรงดัง ก็เลยมีคนกลับมามองว่า เมื่อสมัยก่อนเขาบันทึกเสียงเพลงไทยกันยังไง ก็มีคนสนใจมากขึ้นครับ

คำนูณ - ภาพหน้าปกนี่ใช่ไหมครับ ที่เยอรมันให้ไปเล่นในสวนสัตว์

พฤฒิพล - ครับ เป็นคณะละครนายบุศย์ เลยครับ

สำราญ - นายบุศย์เป็นท่านใดครับ

พฤฒิพล - น่าจะอยู่หน้าระนาดเอกครับ อันนี้จะเป็นเพลง Siamese Patrol เราเอามาด้วย เพลงนี้เป็นเพลงแตรในสยามซึ่งรับเสด็จพระพุทธเจ้าหลวง บันทึกในช่วงนั้นเป็นกระบอกเสียงเหมือนกัน

สำราญ - ขออนุญาตอาจารย์ เรามีหนังสือแจกน่าสนใจ แต่ต้องใช้ความสามารถเล็กน้อย ตอบคำถาม มีประมาณ 50 เล่ม คำถามคือว่าการบันทึกเสียงเพลงไทยครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เริ่มเมื่อปี พ.ศ.อะไร

พฤฒิพล - คือจริงๆ แล้วในช่วงพ.ศ. 2443 คือตอนที่ร่องเรือไปบันทึกที่เยอรมันไปที่สวนสัตว์ คือต้องเรียนเพิ่มเติมว่าตอนที่ไปสวนสัตว์ก็หดหูพออยู่แล้ว แต่ Dr. Carl Stumpf เป็นดร.ที่ศึกษาด้านอัดเสียงของเยอรมัน ไปพบดนตรีไทยเข้า แกก็เลยหอบเครื่องเล่นกระบอกเสียง ไปอัดเสียง นั่นแหละครับคือที่มาประวัติศาสตร์บ้านเรา

สำราญ - คือว่าปี 2443 เป็นปีแรก

พฤฒิพล - เป็นปีสำคัญเลย

สำราญ - เราก็เว้นวรรคซัก 1 นาทีให้ลืมก่อน ใครตอบถูกรีบแจ้งมานะครับ หนังสือเล่มนี้ถ้าไปซื้อจริง ๆราคาเท่าไหร่ครับ

พฤฒิพล - 1,200 ครับ เพราะสี่สีทั้งเล่ม

สำราญ - ชื่อหนังสือเครื่องเสียงโบราณ ตำนานแห่งศาสตร์และศิลป์ ทีนี้อยากจะฟังกล่องเสียงที่บันทึกเสียงไว้

พฤฒิพล - เราจะลองเปิดจากเครื่องเล่นด้านข้างนี้ดู

สำราญ - เปิดเลยดีกว่าครับ

พฤฒิพล - ครับ ต้องบอกนิดนึงนะครับว่า กระบวนการทั้งหมดเราไม่มีการใช้ไฟฟ้า ทุกอย่างจะเป็นมือหมุน

สำราญ - นี่เรียกว่าอะไรครับ

พฤฒิพล - นี่เป็นตัวเครื่องเลย กระบอกอยู่ตรงนี้ ของทุกอย่างเป็นของโบราณหมดครับ ออริจินอลหมดครับ อายุ 100 กว่าปีแล้วครับ

สำราญ - ตัวนี้ละครับ

พฤฒิพล - อันนี้คือของมิสเตอร์ โทมัส อัลวา เอดิสัน ผู้ผลิตหลอดไฟฟ้า ก็ผลิตกระบอกเสียงเหมือนกัน ผมจะลองเปิดเลยนะครับ ลักษณะคือเสียงจะวิ่งไปตามร่องครับ (เสียงกระบอกเสียง)

สำราญ - แปลกนะ เก็บเสียงไว้ได้ยังไง

พฤฒิพล - ถ้าร่องยิ่งถี่ เสียงยิ่งผันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ อันนี้เป็นเพลงที่อัดแล้ว แต่วันนี้เราจะอัดสดกัน กระบวนการแบบเดียวกับในรัชกาลที่ 5 เลย ซึ่งสาบสูญมาประมาณ 100 กว่าปีแล้ว เราไปทางโน้นกันครับ

สำราญ - ตรงไหนเป็นกระบอกครับ

พฤฒิพล - ตรงนี้ครับ วิธีจับคือจะต้องเอามือสอดเข้าไป เพราะถ้าเราจับข้างนอกจะขึ้นรา ราจะขึ้นเป็นจุดเล็กๆ ทำให้กระบอกเสีย นี่คือสาเหตุว่า เพลงสยามตั้งแต่รัชกาล 5 ไม่เหลือจนถึงปัจจุบัน เพราะบ้านเราร้อนชื้น ราขึ้น เป็นขุยหมดเลย เสียหายไป

สำราญ - เราจะมาอัดเสียงจริงๆ เลยนะครับ

พฤฒิพล - ครับ จะมี 2 หัว หัวเล่น กับหัวบันทึก เราต้องไขลานก่อน ต้องเรียนว่ายังไม่มีไฟฟ้านะครับ ที่ประดิษฐ์ขึ้นมา และนี่เรียกว่า ปากแตร สำหรับตรอกเสียง ในสมัยรัชกาลที่ 5 เรียกว่าตรอกเสียง

คำนูณ - ความจริงก็คือกรอกนะ นี่เป็นไมโครโฟน

พฤฒิพล - จะเรียนเชิญตรอกนะครับ ต้องพูดดังนิดนะครับ เพราะสมัยรัชกาลที่ 5 ไม่มีไมโครโฟน ดังนั้นดนตรีไทยสมัยก่อน นักร้องเสียงดีในราชสำนักจึงต้องเสียงดังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหม่อมส้มจีน ก็เรียกว่าถึงอีกคุ้งน้ำเลย ต้องดังอย่างนั้นถึงจะมีชื่อเสียง เพราะว่าถ้ายิ่งดัง ไขผึ้งจะกระเด็นออกมาเยอะ ร่องก็จะสวย เรียนเชิญครับ

คำนูณ - สวัสดีครับ ท่านผู้ชมที่เคารพต่อไปนี้คือรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ผมคำนูณ สิทธิสมาน กับคุณสำราญ รอดเพชร ดำเนินรายการครับ เชิญพบกับคุณสำราญ ครับ

สำราญ - (ร้องเพลง) สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ ชาติไหน เท่านี้ก็สาแก่ใจ ซาบซึ้งทรวงในอกเรา ได้ไหมครับ

พฤฒิพล - ได้ครับ อยากให้กล้องจับนิดนึงนะครับ เสียงของคุณคำนูณ กับคุณสำราญจะแทรกอยู่ในไขผึ้งซึ่งจะกระเด็นออกมา จำนวนไขผึ้งที่กระเด็นออกมา คือเสียงที่เราเข้าไปแทนที่ เสียงยิ่งดัง ขุยผึ้งจะยิ่งเยอะ ขั้นตอนต่อไปคือเราจะต้องปัด

สำราญ - เสียงผมอยู่ตรงไหนครับ

พฤฒิพล - อยู่ในร่องครับ และร่องนี้จะอยู่อย่างถาวรเลย ต่อไปเราจะเปลี่ยนมาเป็นหัวสำหรับเล่นกลับ เราจะฟังแล้วครับ เมื่อกี้อัด ลองฟังครับ (เสียงเพลง)

พฤฒิพล - เสียงจะค่อยๆ ออกมา แต่ถ้าเรายิ่งตะโกนดังเท่าไหร่ เสียงจะยิ่งดังมหาศาล

สำราญ - กระบอกนี้ทำมาจากอะไรครับ

พฤฒิพล - ไขผึ้ง แต่จะมีส่วนผสมพิเศษ คือจะทนการละลายและทนเรื่องความเหนียว

สำราญ - ถ้าอธิบายเป็นวิทยาศาสตร์ ใช้หลักยังไงครับ

พฤฒิพล - จริง ๆ จะมีกรดหลายอย่างที่ผสมไปในหม้อต้ม และจะมีไอเดือดออกมา เขาบอกว่าในสมัยเอดิสัน บอกว่า การต้มแว็กซ์เพื่อทำกระบอกเสียงอันตรายมาก ถ้ามีการระเบิดขึ้นมาก็ถือว่ามีการบาดเจ็บล้มตาย

คำนูณ - อันนี้เรียกว่าอะไรครับ

พฤฒิพล - เราเรียกว่า เป็นฮอร์นชนิดคอห่าน แต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 จะมีฮอร์นหลายแบบ แล้วแต่ความร่ำรวย

คำนูณ - เราลองฟังเพลงที่เขาบันทึกจากตัวนี้ได้ไหมครับ

พฤฒิพล - ได้ครับแต่ตัวนี้ยังไม่ไข แต่ถ้าไขจะดังเป็นพิเศษและถ้าเราบันทึกผิดพลาดก็ลบได้ครับ โดยการใช้ตัวนี้หมุนเข้าไป แล้วลบ ขี้ผึ้งจะค่อยๆ โดนเกลาออกไปและบันทึกเสียงใหม่ สมัยนี้ก็เป็นซีดีอาร์ดับบลิว

สำราญ - กระบอกทำยากไหมครับ

พฤฒิพล - ยากมากครับ เพราะกระบอกนี่อายุ 100 กว่าปีแล้ว และเหลือน้อยเต็มที

สำราญ - มีอะไรโชว์อีกไหมครับ

พฤฒิพล - ครับ ก็มี สมัยนี้คงเรียกว่าซองเก็บซีดี แต่สมัยก่อนเราเรียกว่าเป๊ก กระบอกเสียงต่างๆ จะมาไว้ในนี้ และปิดฝาและหิ้วไป ตรงนี้เป็นที่ถือ หิ้วไปไหนต่อไหน

คำนูณ - ตัวนี้หละครับ

พฤฒิพล - ตัวนี้เป็นฝาปิดของเครื่อง เราเล่นเสร็จก็ถอดออกแล้วเก็บ

คำนูณ - ของเหล่านี้เดี๋ยวนี้ประมาณค่ามาไม่ได้

พฤฒิพล - ครับ จริงๆ แล้วเรามีตรงนี้เพื่อศึกษาในแง่ประวัติศาสตร์โดยเฉพาะ

คำนูณ -เมื่อก่อนเครื่องแบบนี้ในเมืองไทยมีกี่เครื่อง

พฤฒิพล - ใช้ในราชสำนักเยอะและไม่ค่อยหลุดมาถึงระดับปุถุชนนัก เนื่องจากเครื่องแพงมาก แ ละเรามีเพลงเก่าที่เป็นของนายบุศย์มหินทร์ อยากจะทดลองไหมครับ อันนี้พิเศษหน่อย คนไทยมักจะเข้าใจว่าแผ่นเสียงคือสิ่งแรกของโลก จนกระทั่งวันนี้หลายคนเริ่มเข้าใจว่าไม่ใช่ แต่เป็นกระบอกเสียง

สำราญ - ตอนนี้ไปเปิดเพลงหน่อยครับ

พฤฒิพล - อันนี้เป็นเพลงประวัติศาสตร์ของชาติเรา อยากให้คนไทยได้ทราบ คือเพลงของนายบุศย์ มหินทร์ที่ไปบันทึกที่เยอรมันและเราขออนุญาตทางเยอรมันทำสำเนา เป็นก็อปปี้ เมื่อปี 2443 ของจริงไม่ยอมออกมาจากเยอรมันครับ

สำราญ - ชื่อเพลงอะไรครับ

พฤฒิพล - ทยอยเขมร ครับ (เพลงทยอยเขมร)

สำราญ - ครับ เมื่อซักครู่เป็นทยอยเขมร ถือเป็นเพลงไทยเพลงแรกที่บันทึกเสียง

พฤฒิพล - ขอเสริมนิดนะครับ หลังจากที่Dr. Carl Stumpf บันทึกแล้วทางเยอรมันได้ถือกระบอกนี้เป็นกระบอกแรกของซาวด์ อะไคฟ์ เลย คืองานอนุรักษ์ของประเทศเขาด้วย จึงเป็นความภูมิใจ 2 ประเทศร่วมกันและทั้งสยามและเยอรมัน

คำนูณ - นอกจากทางสมาคมแล้ว มีพิพิธภัณฑ์อะไรของทางการที่เก็บรักษาหรือดูแลเรื่องเหล่านี้

พฤฒิพล - ไม่มีครับ จะมีอีกแห่งหนึ่งที่ผมทำร่วมกันคือห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร สมเด็จพระเทพฯ ก็ดูแลเรื่องแผ่นเสียงเก่าแต่ยังไม่ถึงยุคของกระบอกเสียง

สำราญ - สิ่งที่เราได้ในการอนุรักษ์ตรงนี้คืออะไรครับ

พฤติพล - เรื่องประวัติศาสตร์ที่เป็นในรูปของเสียง เสียงของคนไทยด้วยและวัฒนธรรมของไทย ผมจะดูแลที่เกี่ยวกับสยามโดยตรง เราจะไม่ดูแลชาติอื่นเลย เราจะอนุรักษ์งานของดนตรีไทยโดยเฉพาะ ถือวิ่งใหญ่มากในอดีต เพียงแต่คนไทยลืมง่าย อย่างหนังโหมโรงตอนนี้หลายคนก็เริ่มเล่นระนาด

สำราญ -หีบเสียงละครับ

พฤฒิพล - ก็คือเครื่องเล่นจานเสียง ก็น่าสนใจ แต่เรื่องราวอีกเยอะแต่กระบอกเสียงน่าสนใจกว่า เพราะเก่ากว่า

สำราญ - อาจารย์อยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมยังไงบ้าง ในสมาคมนักอนุรักษ์เครื่องเล่นกระบอกเสียง และหีบเสียงไทย

พฤฒิพล - เพลงอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นเพลงไทย ดนตรีไทย วัฒนธรรม ช่วยกันเก็บหน่อย เริ่มจากวันนี้ก็ได้ อย่าถือว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ คือวันข้างหน้ามันมีคุณค่า เราเกิดบนแผ่นดินนี้ควรทำงานให้แผ่นดินนี้

สำราญ - อาจารย์มีอะไรเติมเต็มครับ

พฤฒิพล - ผมอยากจะบอกว่าคนไทยหลายล้านคนยังว่าแผ่นเสียงเป็นวัสดุที่บันทึกเสียงครั้งแรก วันนี้ท่านผู้ชมต้องเข้าใจใหม่ว่าคือกระบอกเสียง และกระบอกเสียงก็คือที่มาของคำว่ากระบอกเสียงสำนักข่าว

สำราญ - วันนี้ได้ความรู้ ขอบพระคุณนายกอนุรักษ์เครื่องเล่นกระบอกเสียง และหีบเสียงไทยนะครับ อาจารย์พฤฒิพล ประชุมผล ตอนนี้สอนที่ศิลปากรด้วย

พฤฒิพล - ระดับปริญญาโท ภาควิชาโบราณคดี

สำราญ - ขอบพระคุณครับ อาจารย์ และท่านผู้ชม ผู้ฟังที่ติดตามรายการสภาท่าพระอาทิตย์ คุณคำนูณ สิทธิสมาน ผม สำราญ รอดเพชร และทีมงานลาไปก่อนสวัสดีครับ

คลิกที่นี่...เพื่ออ่านบทสนทนาคำต่อคำ
การสาธิตการบันทึกเสียงลงกระบอกเสียง
ในรายการ สภาท่าพระอาทิตย์
โดยเวปไซต์ผู้จัดการ
URL: http://www.manager.co.th/Politics/PoliticsView.asp?NewsID=4756125771402