เชื่อหรือไม่???...
"สุนทรภู่" คือผู้ที่กล่าวถึงเครื่องบันทึกเสียงก่อนผู้ใดในโลก




Suthornpho...The great poet of Siam.

Suthornpho was a Siamese poet who was born in 1786, and was the first to envisage a recording machine capable of playing back music.
In his 1842 poem "Pha-Apai-Ma-nee" (The name of a musician who played the Siamese flute in the poem), he writes about a hand-cranked machine which could play back the recorded music of a Siamese orchestra, much to the admiration of visitors to his palace. The guests were so excited to hear the music from this machine, that they all wanted to see how the mechanism actually worked.
This was long before Leon Scott produced the first working machine called the Phonautograph in 1857, and Thomas Alva Edison's first tin-foil machine in 1877.



E-mail from : Jean-Paul Agnard
Hi,
Interesting....In France, in 15??, the French writer Rabelais was envisaging in one of his books that the speeches of sailors would be frozen into the ice on the boat ropes and they can be heard when the ice was melting. Another one, in 1632, was explaining how natives can communicate by speaking into sponges. But the most surprising is in 1650, the French writer Cyrano de Bergerac describe a box full of spring and devices from where sounds go out to communicate. It seems that the same idea was around the world for quite a very long time.
Sincerely,
Jean-Paul





ต้องการรายระเอียดเพิ่มเติม โปรดคลิก
http://go.to/SunthornPhu

แนวคิดก่อนจะมาเป็นเครื่องเล่นกระบอกเสียง

THOMAS YOUNG
ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ มนุษย์ล้วนมีความเพ้อฝันถึงการอัดเสียง นับตั้งแต่การได้ยินเสียงหอยทากยักษ์บีบและคลายตัว รวมทั้งความเชื่อของ FRANCOIS RABELAIS ที่ว่า "ถ้าร้องเพลงใส่ก้อนหิมะ และปล่อยให้ละลาย ก็จะได้ยินเสียงออกมา" หรือแม้แต่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เกี่ยวกับการอัดเสียงด้วยฟองน้ำของกัปตัน VOSTERLOCH แต่พอขึ้นศตวรรษที่ 18 ความเชื่อดังกล่าวก็ถูกลบล้างและแทนที่ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์เบื้องต้น บุคคลแรกที่โลกต้องจารึกไว้ก็คือ นักปราชญ์ที่มีชื่อว่า THOMAS YOUNG สมัยช่วงปี ค.ศ. 1773-1829 (พ.ศ. 2316-2372) เป็นบุคคลแรกที่เริ่มทดลอง อย่างจริงจังและพบว่า"เสียงสามารถแปรเปลี่ยนเป็นแรงสั่นสะเทือนและวัดได้ด้วยคลื่น" ด้วยแนวคิดขั้นพื้นฐานของเขานี้ จึงทำให้มีการประดิษฐ์เป็นกระบอกเสียงอย่างง่ายๆ รวมถึงหลักการทดลองเรื่องของร่องเสียงตามมาอีกด้วย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เขาล้มเลิกความตั้งใจที่จะพัฒนาต่อ แม้ว่ามีผลงานออกมาเป็นรูปร่างแล้วก็ตาม

LEON SCOTT DE MARTINVILLE
นักคิดอีกผู้หนึ่งที่จะลืมกล่าวเสียมิได้ คือ LEON SCOTT DE MARTINVILLE ช่วงปี ค.ศ. 1817-1879 (พ.ศ. 2360-2422) นักคิดผู้นี้เริ่มศึกษาเกี่ยวกับการได้ยินของมนุษย์โดยเน้นไปที่โครงสร้างภายในของหู จนในที่สุดเขาก็พบว่า "แก้วหูสามารถรับแรง สั่นสะเทือนของคลื่นเสียงและแปรเปลี่ยนเป็นความหมายของเสียงได้" เขาจึงประดิษฐ์วัสดุชิ้นหนึ่งขึ้นมาเรียกว่า "ไดอะแฟรม" ซึ่งเป็นแผ่นกระดาษเบาบางเลียนแบบโครงสร้างแก้วหูของมนุษย์ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเรียนรู้อีกว่า ใบหูก็เปรียบเหมือนกรวยรับเสียง เขาจึงประดิษฐ์วัสดุรูปทรงคล้ายดอกลำโพงขึ้น และด้วยส่วนประกอบต่างๆ นี้เองจึงเป็นที่มาของ หัวเข็มอันแรกของโลก (THE WORLD'S FIRST SOUNDBOX) โดยที่ไดอะแฟรมนั้นมีขนาดเท่าเหรียญบาท และที่สำคัญเขาเลือกเอาขนหมูที่แข็งที่สุดมาเป็น "เข็ม" เมื่อกล่าวถึง LEON SCOTT DE MARTINVILLE แล้วยังมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ถือว่าเป็นช่วงรอยต่อสำคัญในประวัติศาสตร์นั่นคือ ในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ.1857 (พ.ศ 2400) เขาได้ร่างรูปแบบเครื่องอัดเสียงขั้นพื้นฐานเรียกว่า PHONAUTOGRAPHY และได้รับสิทธิบัตรเลขที่ 31470 ในวันที่ 25 มีนาคม ปีเดียวกัน จากนั้นสองปีถัดมาเขาก็ได้ร่วมงานกับ RUDOLF KOENIG นักประดิษฐ์ชาวเยอรมันอีกท่านหนึ่งผลิตเครื่องอัดเสียงออกขาย ครั้งแรกในชื่อ PHONAUTOGRAPH โดยมีแท่งถ่านกลมกลวงทำหน้าที่เป็นกระบอกอัดเสียงหมุนไปตามร่องที่เกิดจากการขูดของขนหมูนั่นเอง แต่ทว่าผู้คนสมัยนั้น เห็นเป็นของแปลกไม่มีใครกล้าซื้อจึงทำให้เขาขายชิ้นงานที่ประดิษฐ์ขึ้นไม่ได้เลย รวมถึงผู้คนในขณะนั้นมองไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องประหลาดนี้ในบ้านแต่ อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้โลกรู้ว่าเครื่องอัดเสียงต้นแบบนั้นมีชื่อว่า"PHONAUTOGRAPH"
ท่านทราบหรือไม่ว่า?
กระบอกเสียงอันแรกของโลกเป็นของ Leon Scott ปี ค.ศ. 1857 เรียกว่า Soot-covered Paper Cylinder เล่นกับเครื่อง Phonnautograph!!!...โปรดคลิกที่นี่

Watch a short movie, please click at the picture as below


CHARLES CROS
หนึ่งในนักปราชญ์ที่โลกต้องจารึกไว้ระหว่างปี ค.ศ.1842-1888 (พ.ศ.2385-2431) เพราะเขาคือบุคคลที่ร่างแบบแผนโครงสร้างเครื่องอัดเสียง ที่ให้รายละเอียดได้ครบถ้วนเป็นครั้งแรก โดยเขาได้ตั้งชื่อคำบรรยายของเขาไว้ว่า "PACKET CONTAINING DESCRIPTION OF A PROCESS FOR RECORDING AND REPRODUCING PHENOMENA PERCEIVED BY EAR" และส่งแบบแผนโครงร่างไปยังสถาบัน ACADEMY OF SCIENCES ในวันที่ 18 เมษายน 1877 (พ.ศ.2420) หลังจาก CHARLES CROS มีโอกาสนำเสนอเรื่องราวดังกล่าวแล้ว เขาก็เริ่มมองหาใครสักคนที่ทำให้ฝันของเขาเป็นจริง แต่ก็ต้องผิดหวังเนื่องจากไม่มีใครสนใจโครงร่างชิ้นงานในแผ่นกระดาษที่เขาตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อนำมาผลิตออกขาย กระทั่งเพื่อนที่ชื่อ ABBE LENOIR ได้เข้ามาช่วยเหลือโดยให้โอกาสเขียนเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องเครื่องอัดเสียง ซึ่งเขาใช้นามปากกาว่า LE BLANC เขียนลงใน LA SEMAINE DU CLERGE วันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ.1877 (พ.ศ. 2420) และนี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เริ่มมีการใช้คำว่า "PHONOGRAPH" เพื่ออธิบายถึง TALKING MACHINE แต่ในความเป็นจริงแล้ว CHARLES CROS ชอบใช้คำว่า PALEOPHONE ในการพูดมากกว่าคำว่า PHONOGRAPH เสียอีก โดย PALEOPHONE นั้นมีความหมายว่า มนต์เสน่ห์แห่งเสียงยุคหินเก่า จวบจนกระทั่ง CHARLES CROS สืบทราบว่า THOMAS ALVA EDISON นักปราชญ์ ชาวอเมริกันผู้อยู่อีกซีกโลกหนึ่งได้ประดิษฐ์เครื่องอัดเสียงเป็นผลสำเร็จ CHARLES CROS จึงได้ขอให้ทาง ACADEMIE DES SCIENCES ประกาศอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับแนวคิดของเขา ในวันที่ 3 ธันวาคม 1877 (พ.ศ. 2420) เพื่อยืนยันว่าเขาคือบุคคลแรกที่ร่างแบบงานประดิษฐ์เครื่องอัดเสียงสำเร็จเป็นรายแรก อีกหนึ่งปีถัดมา เอดิสันก็มีโอกาสเดินทางไปยังกรุงปารีส เพื่อแสดงเครื่องอัดเสียงด้วยกระบอกเสียงหุ้มแผ่นตะกั่วเป็นครั้งแรก ณ สถาบัน ACADEMIE DES SCIENCES เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1878 (พ.ศ. 2421) ในครั้งนั้น CHARLES CROS เองก็ยอมรับว่า เอดิสัน ทำสำเร็จและเป็นคนแรกที่ทำให้ฝันของเขาเป็นจริง เพราะเขารู้ตัวดีว่าถึงแม้คิดค้นได้ก่อน แต่ก็เป็นเพียงหลักการในแผ่นกระดาษเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ถือว่านักคิดอัจฉริยะ CHARLES CROS ได้นำเสนอผลงานอันยิ่งใหญ่ต่อชาวโลกก็คือ บทสรุปความน่าจะเป็นไปได้ในการอัดเสียง ที่ไม่ใช้วัสดุทรงกระบอก แต่เป็นวัสดุที่มีลักษณะแบนราบ โดยใช้กระบวนการ "THE HILL AND DALE" และนี่ก็คือความคิดเบื้องต้นที่นำไปสู่การปฏิวัติการอัดเสียงด้วยแผ่น โดยการทดลอง อย่างเอาจริงเอาจังของ EMILE BERLINER ในปี ค.ศ. 1887 (พ.ศ. 2430) หรืออีกสิบปีให้หลัง

THOMAS ALVA EDISON
เอดิสันซึ่งมีชื่อเต็มว่า โทมัส เอวา เอดิสัน ถือเป็นนักประดิษฐ์ที่คิดค้นเครื่องอัดเสียงสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบพร้อมใช้งานเป็นครั้งแรกในโลก โดยใช้วัสดุที่ทำจากแผ่นตะกั่วบางๆหุ้มโดยรอบ ซึ่งเขาเรียกผลงานชิ้นนี้ว่า "Tin Foil Cylinder" เอดิสันใช้บ้านหลังเล็กๆ ใน NEWARK รัฐ NEW JERSEY เป็นที่ทำงาน ต่อมาจึงย้ายไป NEW YORK และอีกครั้งที่ MENLO PARK ในรัฐ NEW JERSEY ที่นี่เขาพบว่าทั้งบรรยากาศและความสงบเหมาะสำหรับการคิดค้นและประดิษฐ์สิ่งต่างๆ เขาจึงใช้เวลาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 1875 - 1886 (พ.ศ. 2418-2429) หนึ่งในความสำเร็จคือ PHONOGRAPH หรือเครื่องเล่นกระบอกเสียง โดยเขาได้ผู้ช่วยมือหนึ่งมีนามว่า JOHN KRUESI ผู้ช่วยคนนี้เคยร่วมงานกับ CHARLES CROS ผู้ซึ่งวางรากฐานแนวคิดว่าด้วยการอัดเสียงมาก่อน ดังนั้น เอดิสันถึงกับยินดีจ่ายเงินให้ JOHN KRUESI สิบแปดดอลลาร์เพื่อให้เปิดเผยถึงโครงสร้างและแนวคิดของตัวเครื่อง ตามบันทึกส่วนตัวของผู้ช่วยอีกคนหนึ่งที่ชื่อ CHARLES BATCHELOR ได้เขียนไว้เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 1877 (พ.ศ.2420): 'Kruesi building the phonograph today', and two days later added: 'Kruesi finishing the phonograph'. นั่นคือเครื่องเล่น กระบอกเสียงต้นแบบเสร็จสิ้นพร้อมทดลองในวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 1877 (พ.ศ.2420) และจากบันทึกดังกล่าวทำให้รู้ด้วยว่าโคลงกลอนสั้นๆ สำหรับเด็กที่ร้องว่า Mary had a little lamb ถือเป็น คำพูดประโยคแรกของโลกที่ได้รับการอัดเสียงลงกระบอก ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1877 (พ.ศ.2420) นั่นเอง และเครื่องอัดเสียงเครื่องแรกนี้มีหลักการทำงานที่ง่ายมาก เพียงแค่กระบอกปูนปาสเตอร์ ต่อมา เป็นกระบอกเหล็กหุ้มด้วยแผ่นตะกั่วที่ถูกตีเป็นแผ่นบางๆ (TIN-FOIL) ติดกับแกนหมุนและนำแผ่นกระดาษบางอีกแผ่นหนึ่งที่เรียกว่า ไดอะแฟรม (DIAPHRAGM) ตัดเป็นรูปวงกลมติดเข็มเหล็กหัวเพชรตรง ปลายกระดาษและเอากาวติดแผ่นกระดาษบางนี้กับกรวยกระดาษแข็งสำหรับกรอกเสียงลงไป กระบอกเสียงที่หุ้มด้วยแผ่นตะกั่วนี้ให้เสียงไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะเสียงตัว "S" (เสียง "ซ" และ "ส") ซึ่งเมื่อพูด กรอกลงไปจะมีปัญหาเสียงซ่าแทรกขึ้นมาทันที ประกอบกับเมื่อนำเข็มเล่นซ้ำบนร่องเดิมที่อัดเสียงไว้แล้วสักสองสามครั้ง แผ่นตะกั่วก็จะเริ่มยับและเข็มก็พลอยตกร่องตามไปด้วย แต่ก็ถือว่า Tin Foil Cylinder คือต้นกำเนิดและวิธีการอัดเสียงครั้งแรกของโลก แม้ผลที่ได้จะไม่ดีนักก็ตาม

Watch a short movie, please click at the picture as below


หลังจากกระบอกเสียงชนิด Tin Foil เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกแล้ว เอดิสันก็ได้พัฒนาวัสดุที่ใช้ผลิตกระบอกเสียงอย่างต่อเนื่อง โดย ครั้งแรกผลิตเป็นไขขี้ผึ้งอ่อนสีน้ำตาลหรือสีงาช้าง เรียกว่า BROWN WAX -BLANK CYLINDER โดย กระบอกเสียงชนิดนี้สามารถอัดเสียงแล้วขูดขี้ผึ้งออกและอัดเสียงลงไปใหม่ได้

Watch a short movie, please click at the picture as below

Visit
The Jean-Paul Agnard's Cylinder Phonographs Collection